Tak

สามขวบปีพึ่งผ่านพ้นไป "บ้านไร่เชิญมา รีสอร์ท"13 ก.ค.58 ... เราสัญญาว่าจะดูแลท่านด้วยหัวใจ เหมือนเดิม

Thailand
       มาว่ากันต่อครับ ผมตั้งใจที่จะนำเสนอเรื่องราวตอนนี้ให้พอดีกับวันครบรอบปีที่สามของการเปิดดำเนินการของรีสอร์ท (12 ก.ค.58) แต่ก็ยังไม่แน่ใจว่าจะสามารถทำบทสรุปให้ลงตัวได้พอดิบพอดีหรือไม่ เพราะมีอีกหลายประเด็นที่อยากจะนำเสนอเป็นแง่คิด เป็นวิทยาทาน สำหรับหลายๆท่านที่สนใจลงทุนทำในธุรกิจในลักษณะนี้ "ธุรกิจในลักษณะนี้" ที่ผมใช้คำนี้ก็เพราะว่า ความจริงแล้วธุรกิจในลักษณะการให้เช่าห้องพักไม่ว่าจะเป็นรายเดือนหรือรายวันนั้น มี พ.ร.บ. หรือตัวบทกฎหมายเข้ามาเกี่ยวข้อง ซึ่งแน่นอนว่า ท่านที่สนใจจะทำก็ควรจะต้องศึกษาให้ถ่องแท้เข้าใจ "รีสอร์ท" คำว่า"รีสอร์ท"ในทางกฎหมายอันเกี่ยวเนื่องกับการขอทำธุรกิจหรือเปิดกิจการ"รีสอร์ท"ไม่มี ตามความเข้าใจของผม "รีสอร์ท"เป็นเพียงคำอธิบายตัวตนของสถานที่หรือกิจการ ที่มีลักษณะเป็นเสมือนบ้านพักตากอากาศ บางแห่งอาจจะขายจุดเด่นในเรื่องของบรรยากาศความเป็นธรรมชาติ สภาพแวดล้อม บางแห่งอาจขายจุดเด่นในเรื่องของสถานที่ รูปลักษณ์ของสิ่งก่อสร้าง หรือกิจกรรมสันทนาการต่างๆ สุดแล้วแต่ว่าใครอยากจะเรียกตัวเองว่ารีสอร์ท ก็ดึงจุดขายของตัวเองออกมา ซึ่งคำตอบสุดท้ายจะได้เป็น"รีสอร์ท"หรือไม่นั้น ผู้ที่เข้ามาใช้บริการหรือลูกค้าจะเป็นผู้ตัดสินเองว่าสถานที่นั้นๆกิจการนั้นๆจะใช่ "รีสอร์ท"หรือไม่?
       วกกลับมาในเรื่องของการขออนุญาตเปิด"กิจการ" ตามตัวบทกฎหมายจริงๆแล้วกิจการที่เราทีมงานฯกำลังจะเปิดอยู่นี้ ถ้าพูดให้ถูกต้องตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องก็คือ "โรงแรม" นี่เองครับ(พระราชบัญญัติโรงแรม พ.ศ.2547 และ กฎกระทรวง พ.ศ.2551) เพราะหากมองไปถึงบริการที่เราจะขายให้กับลูกค้า ไม่ว่าจะเป็นการให้เช่าที่พักค้างคืนสำหรับนักท่องเที่ยวหรือคนเดินทางโดยคิดค่าบริการ ประกอบกับมีจำนวนห้องพักมากกว่าสี่ห้อง รองรับผู้เข้าพักได้มากกว่ายี่สิบท่านต่อคืน นั่นแหละคือ "โรงแรม" ชัดๆ แต่ก็ยังมีหลายๆแห่งพยายามหลีกเลี่ยงไม่ให้ตัวเองเข้าข่ายการเป็นธุรกิจ"โรงแรม" ด้วยการแจ้งจดจำนวนห้องพักว่าไม่เกินสี่ห้อง(แต่ความเป็นจริงมีมากกว่านั้น) หรืออ้างในเรื่องการให้เช่าพักเป็นรายเดือน(แต่ความจริงมีการ
Thailand
Thailand   
เปิดให้เข้าพักเป็นรายวัน)หรือทำแม้กระทั่งขอแจ้งจดเป็นหอพัก(แต่หากดูตามตัวบทกฎหมายของคำว่า"หอพัก"ไม่ว่าจะเป็น พระราชบัญญัติหอพัก พ.ศ.2507 ,กฎกระทรวง พ.ศ.2549 และ ล่าสุด พระราชบัญญัติหอพัก พ.ศ.2558 ก็ยังไม่เข้าข่ายกฎหมายฉบับบใดๆ) การปฎิเสธความเป็น"โรงแรม"ของตนเองในลักษณะเช่นนี้ ก็ คงจะไม่พ้นในเรื่องของการหลีกเลี่ยงเงื่อนไขในเรื่องการขออนุญาต หลีกเลี่ยงเงื่อนไขการชำระค่าบำรุงท้องที่หรือภาษีต่างๆโดยรวม ซึ่งมีอัตราที่ค่อนข้างแตกต่างกัน ก็สุดแต่จะคิดหรือสุดแต่ว่าส่วนงานหรือส่วนราชการที่เกี่ยวข้องจะพิจารณารับไปปรับจูนแก้ไขกันละครับ
thailand
       ก่อนที่จะไปถึงขั้นตอนการขอจดทะเบียนเป็นธุรกิจ"โรงแรม"นั้น มีสิ่งสำคัญที่จะต้องดำเนินการอยู่ 2 ประเด็นหลักๆ ประเด็นแรกสุดตามที่ได้เคยกล่าวไปแล้วในตอนแรกๆ คือ เรื่องการขออนุญาตก่อสร้าง โดยเฉพาะกับผู้ที่จะจัดตั้งธุรกิจโรงแรมโดยเริ่มต้นจากศูนย์ กล่าวคือ ยังไม่มีอาคาร ยังไม่มีบ้านพักที่จะใช้ดำเนินธุรกิจ ซึ่งประเด็นนี้ ควรศึกษารายละเอียดข้อกำหนดของอาคารที่เป็นไปตามกฎกระทรวงหรือพระราชบัญญัติที่เกี่ยวข้องกำหนดไว้ จะได้ไม่ต้องมาปรับแก้ไขในเรื่องการก่อสร้างอีก
ซึ่งมีรายละเอียดเยอะอยู่พอควรครับ ยกตัวอย่าง ขนาดของพื้นที่ห้องพักแต่ละห้องตามที่กฎหมายกำหนด ,การมีทางหนีไฟกรณีสร้างเป็นตึกหลายชั้น , การมีห้องน้ำส่วนกลาง , การมีสถานที่รับลงทะเบียน , ระยะห่างของตัวอาคารบ้านพักแต่ละหลัง ฯลฯ ประเด็นที่สองตามมาคือ รูปแบบการทำธุรกิจ ประเด็นนี้หมายถึง จะทำในนามของบุคคลหรือนิติบุคคล ซึ่งมีความแตกต่างกันค่อนข้างมากควรศึกษาข้อมูลให้เยอะๆถึงข้อดีข้อเสีย หรือ ต้องมองให้ไกลๆไปถึงอนาคตจากนี้ เพราะ มันจะผูกพันเป็นเงาตามตัวไปถึงอีกหลายๆเรื่อง ยกตัวอย่าง การคำนวณภาษีระหว่างการทำธุรกิจในนามบุคคลกับในนามนิติบุคคล มีอัตราที่แตกต่างกัน , ความน่าเชื่อถือกรณีที่จะต้องทำสัญญาตกลงระหว่างองค์กรธุรกิจด้วยกัน หรือ ระหว่างองค์กรธุรกิจกับส่วนงานของรัฐ นิติบุคคลย่อมได้เปรียบกว่า , รัฐมักออกนโยบายสำคัญๆในการส่งเสริมนิติบุคคลเพื่อสร้างรายได้ให้เกิดขึ้นเป็นองค์รวม เป็นต้น
Thailand
TAK
Tak
       ในส่วนของเราทีมงานฯ ตัดสินใจจดทะเบียนเป็น"นิติบุคคล" ครับ โดยขั้นตอนการยื่นขอจดทะเบียนก็ไม่ได้ยุ่งยากอะไรมาก เพียงแค่เตรียมเอกสารหลักฐานต่างๆ ให้พร้อมแล้วไปยื่นดำเนินการที่พาณิชย์จังหวัด ซึ่งที่นั่นให้ข้อแนะนำต่างๆได้ดีมาก ขาดเหลือเอกสารใด ก็นำมาเพิ่มเติม แล้วยิ่งสมัยปัจจุบันสามารถยื่นจดจองการเป็นนิติบุคคลผ่านทางออนไลน์รวมถึงสามารถดาวน์โหลดแบบฟอร์มต่างๆมากรอกรอไว้ก่อนได้ ยิ่งง่ายครับลองศึกษาดู ซึ่งเท่าที่ทีมงานฯไปดำเนินการถ้าจำไม่ผิด ใช้เวลาไม่น่าเกินสองสัปดาห์นับตั้งแต่วันที่ไปติดต่อขอจดทะเบียนที่พาณิชย์จังหวัด นิติบุคคล ที่เราขอจด ก็ active มีรายชื่อปรากฎอยู่ในฐานข้อมูลของกระทรวงพาณิชย์แล้ว ทั้งนี้สำหรับชื่อนิติบุคคลที่เราใช้ หากท่านที่ติดตามอ่านมาตั้งแต่ต้นคงจะพอเดาออกนะครับว่า เราทีมงานฯ ใช้ชื่อนิติบุคคลว่าอะไร สำหรับเครื่องหมายทางการค้าซึ่งจะต้องทำเป็นตรายางประกอบการขอจดทะเบียน ตามข้อกำหนดทั้งเรื่องของขนาดและข้อความที่อยู่ภายในเครื่องหมายทางการค้า ถ้าคิดไว้ตั้งแต่ต้นก็จะดี เพราะสิ่งนี้ ถือเป็นแบรนด์หรือโลโก้ ที่สามารถนำไปใช้ขยายผลให้เป็นที่รู้จักของคนทั่วๆไป โดยเฉพาะกับลูกค้า ทั้งลูกค้าเดิมและลูกค้าใหม่ ประเด็นในเรื่องของการสร้างแบรนด์หรือโลโก้นี้ ทีมงานอดไม่ได้ที่จะต้องขอขอบคุณคนรู้จักอีกท่านหนึ่ง ที่เราพูดคุยกันผ่านทางโซเชียลอยู่บ่อยครั้งในช่วงต้นๆของการดำเนินธุรกิจ("คุณที"คนรู้จักท่านนี้ คว่ำหวอดอยู่ในแวดวงของธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยว,โรงแรมที่พัก และสื่อโฆษณา เป็นคนแรกที่ทำให้ทีมงานฯใส่ใจต่อการจดจำรหัสสี ที่ระบุความเป็นตัวตนของแบรนด์ตัวเอง ยังจำคำพูดง่ายๆของท่านได้ว่า "ถ้าคิดจะสร้างแบรนด์แต่จำรหัสสีของตัวเองไม่ได้ก็จบ") ข้อแนะนำที่ได้ ถือว่าเป็นประโยชน์ต่อเรามาก โดยเฉพาะในเรื่องของการสร้างการรับรู้ เพราะการรับรู้ถือเป็นปัจจัยสำคัญที่จะทำให้ธุรกิจของเราเดินไปได้อย่างยั่งยืน ขอบอกว่าเทคนิคหรือแทคติกอันเกี่ยวเนื่องกับการสร้างการรับรู้ที่แนะนำมา เราทีมงานฯเอามาดัดแปลงใช้ตั้งแต่ตอนนั้นยาวมาจนถึงปัจจุบันและถือเป็นสิ่งที่หาไม่ได้จากในตำรับตำรา ขอขอบพระคุณมากครับ
Thailand
       ผมข้ามขั้นตอนสำคัญไปหนึ่งขั้นครับ สำหรับการขอเปิดธุรกิจใหม่โดยเฉพาะหากต้องการใช้ที่ตั้งของธุรกิจเป็นที่ทำการของนิติบุคคล ซึ่งในขั้นตอนการขอจดทะเบียนเป็นนิติบุคคลนั้น จะต้องระบุสถานที่ตั้งหรือหลักแหล่งที่แน่นอนของนิติบุคคลนั้นๆในการยื่นขอจดทะเบียนด้วย นั่นหมายถึงว่า เมื่อการก่อสร้างอาคารต่างๆเสร็จสิ้นลงแล้ว ควรที่จะไปดำเนินการขอบ้านเลขที่สำหรับอาคารนั้นๆด้วย ประโยชน์ นอกจากในเรื่องของการใช้เป็นที่ตั้งของนิติบุคคลแล้ว ยังจะมีประโยชน์ต่อ ในเรื่องของการขอสาธารณูปโภค ทั้งไฟฟ้า ประปา โทรศัพท์ อีกด้วย ซึ่งขั้นตอนการขอบ้านเลขที่นี้ ก็ไม่ยุ่งยากครับ แรกสุดคือติดต่อประสานกับผู้ใหญ่บ้านหรือประธานชุมชนที่ปกครองดูแลหมู่บ้านที่อาคารนั้นๆตั้งอยู่ เพื่อแจ้งความประสงค์ในการขอบ้านเลขที่ แล้วนำเอกสารหลักฐานไปยื่นดำเนินการที่อำเภอท้องที่นั้นๆ ก็จะได้หลักฐานมา เป็นอันเสร็จสิ้นสมบูรณ์มีบ้านเลขที่ที่สามารถเอาไปใช้ประโยชน์ต่อได้ครับ
TAK
TAK
       หลังจากที่"นิติบุคคล"ที่เราทีมงานฯ ขอจดทะเบียนไว้ ได้รับอนุมัติแล้ว ในขั้นตอนต่อจากนี้เป็นต้นไป การจะทำธุรกรรมหรือการติดต่อประสานงานกับส่วนราชการต่างๆที่เกี่ยวข้อง จะต้องกระทำในนามของนิติบุคคลโดยผู้ที่ถูกระบุไว้ในนิติบุคคลว่าเป็นผู้มีอำนาจ หรือการมอบอำนาจให้บุคคลอื่นไปดำเนินการ ซึ่งอาจดูยุ่งยาก แต่ อย่างที่กล่าวไว้ว่าข้อดีมันมีมากกว่าครับ เราทีมงานฯ เริ่มขับเคลื่อนภายใต้นิติบุคคล ตั้งแต่ขั้นตอนการขอจดทะเบียนโรงแรม ครับ ซึ่งขั้นตอนการขอจดทะเบียนโรงแรมนี้ ก่อนอื่น ต้องกำหนดตัวตนของโรงแรมที่เราจะขอจดทะเบียนก่อนว่า เราจะเป็นโรงแรมประเภทไหนตั้งแต่ประเภท 1 ถึง 4 (คำว่าประเภทไม่ได้หมายถึงการจัดระดับดาวของโรงแรม แต่เป็นการจัดตามองค์ประกอบของโรงแรมนั้นๆ)การจะเลือกเป็นประเภทไหนนั้น ก็ดูรายละเอียดได้จากกฎกระทรวงปี พ.ศ.2551 ซึ่งแต่ละประเภทก็มีค่าธรรมเนียมในการขอจดทะเบียนแตกต่างกันออกไป
TAK resort
        ลำดับต่อมาก็คือการตั้งชื่อ แน่นอนว่า กฎหมายฯได้กำหนดเงื่อนไขของชื่อที่จะตั้งไว้ มีรายละเอียดมากอยู่พอสมควร แต่สำหรับชื่อของ "รีสอร์ท" ที่้เราทีมงานฯจะขอตั้งนั้น เราคิดทบทวนและกำหนดกันไว้แล้วตั้งแต่ต้น และเมื่อพิจารณาดูแล้วชื่อที่เรากำหนดก็ไม่ได้ขัดกับเงื่อนไขใดๆกับกฎหมาย ตลอดจนวัตถุประสงค์สำคัญที่เรากำหนดชื่อไว้แบบนี้ ก็เพื่อต้องการสำนึกถึงคุณูประการของคุณตาคุณยาย ที่ทำให้พวกเราทีมงานฯมีผืนดินตรงนี้ในการพัฒนาจนเป็นรีสอร์ทได้อย่างสำเร็จลุล่วงไร้อุปสรรคใดๆ และคาดหวังที่จะพัฒนาให้เจริญยิ่งๆขึ้นไปในอนาคต เรานำชื่อของคุณตากับคุณยาย มาเป็นองค์ประกอบหลักในชื่อของ "รีสอร์ท" ซึ่งสถานที่แห่งนี้ ตอนที่เราทีมงานฯยังเด็กๆ มักจะเรียกขานในยามที่ต้องกล่าวถึงว่า "ไร่" สรุปสุดท้ายก็เลยลงเอยที่ชื่อว่า "บ้านไร่เชิญมา"

 

ย้อนกลับ     ติดตามอ่านต่อ ตอนต่อไป ครับ ......
 
Author :
 
TAK

พันเอก เอนก ทาปิน

+ โรงเรียนตากพิทยาคม จังหวัดตาก
+ วทบ.(สาขาวิศวกรรมเครื่องกล) รร.จปร.
+ M.B.A.(Administration) มหาวิทยาลัยเกษตร์ศาสตร์

       
TAK
TAK
TAK
TAK